· corn-maize · 1 min read
ความชื้นที่เหมาะสมในการซื้อขายเมล็ดข้าวโพดอาหารสัตว์
ความชื้นที่เหมาะสมของเมล็ดข้าวโพดอาหารสัตว์ ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวไปจนถึงการเก็บรักษา ควรอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อที่จะรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของข้าวโพดอาหารสัตว์สูงสุดป้องกันการเกิดสารพิษ เช่น อะฟลาทอกซิน

ความชื้นที่เหมาะสมในการซื้อขายเมล็ดข้าวโพดอาหารสัตว์
“ความชื้นที่เหมาะสมในการซื้อขาย” มีความสัมพันธ์โดยตรงกับ “ความชื้นที่เหมาะสมในการเก็บรักษา” เนื่องจากส่งผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต โดยเฉพาะการป้องกันการเกิดเชื้อราและสารพิษ อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin)
📑 บทสรุปจากงานวิจัยและหน่วยงานวิชาการ
จากการศึกษาของกรมวิชาการเกษตร และศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว สามารถสรุปเกณฑ์ความชื้นที่สำคัญได้ดังนี้:
- ระดับที่ปลอดภัยที่สุด (14% หรือต่ำกว่า): เป็นระดับความชื้นที่เหมาะสมที่สุดในการเก็บรักษา ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ดี พบสารอะฟลาทอกซินในระดับต่ำ และมีต้นทุนในการลดความชื้นที่คุ้มค่ากว่าการลดความชื้นลงไปถึง 10%
- ระดับความเสี่ยง (สูงกว่า 16%): การเก็บรักษาที่ความชื้นเริ่มต้นสูง (16-18%) ส่งผลให้เมล็ดสูญเสียน้ำหนักมาก และมีความเสี่ยงสูงที่จะพบสารอะฟลาทอกซินเกินมาตรฐาน (อาจสูงถึง 280.30 ppb)
- เกณฑ์วิกฤตหลังการกะเทาะ: ควรลดความชื้นให้ต่ำกว่า 17.5% ภายใน 48 ชั่วโมง หลังการกะเทาะเมล็ด เพื่อยับยั้งการเจริญของเชื้อรา A. flavus
การวัดความชื้นที่แม่นยำจึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับเกษตรกรและลานเท เพื่อวางแผนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและกำหนดราคาซื้อขายที่ยุติธรรม
เรามีเครื่องมือช่วยในการประเมินต้นทุนและหาจุดคุ้มทุนในการจัดการความชื้นของเมล็ดให้ใช้ ฟรี ไม่ต้องติดตั้ง ปลอดภัย ใช้งานออนไลน์ผ่านเวปไซท์ของเรา
(คลิก)เปิดโปรแกรมออนไลน์ ช่วยคำนวณความชื้นและประมาณการต้นทุนในการลดความชื้น
🔬 ข้อมูลอ้างอิงจากหน่วยงาน
กรมวิชาการเกษตร
ทำการวิจัย ผลออกมาว่าความชื้นเมล็ดที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดังนี้:
- พันธุ์ไพโอเนียร์ที 60: พบว่าการเก็บเมล็ดที่ความชื้นเริ่มต้น 18% ทำให้เกิดเชื้อราและมีปริมาณสารแอฟลาทอกซินสูงเกินมาตรฐานถึง 280.30 ppb ในขณะที่การเก็บรักษาที่ความชื้น 13.5% หรือประมาณ 14% ให้ผลดีที่สุด โดยพบสารแอฟลาทอกซินในระดับต่ำ และมีคุณภาพทางเคมีไม่ต่างจากความชื้น 10% ซึ่งแม้ว่าจะปลอดภัยกว่า แต่มีต้นทุนลดความชื้นที่สูงกว่า
- พันธุ์แปซิฟิก 339: ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่าความชื้นเริ่มต้นที่ 16% และ 18% ส่งผลให้เมล็ดสูญเสียน้ำหนักมาก และพบสารแอฟลาทอกซินในปริมาณสูง ในขณะที่ความชื้น 14% มีผลต่อคุณภาพเมล็ดที่ดี และมีต้นทุนการลดความชื้นต่ำกว่าระดับ 10% และ 12%
สรุป: ความชื้นที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งสองพันธุ์ควรอยู่ที่ประมาณ 14% เพื่อรักษาคุณภาพ ลดการเกิดเชื้อรา และลดต้นทุนการจัดการ โดยไม่ควรเก็บเมล็ดที่ความชื้นสูงเกิน 16% เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายและการปนเปื้อนสารพิษ
ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว
ระบุว่าหากเมล็ดข้าวโพดมีความชื้นสูง ควรลดความชื้นให้ต่ำกว่า 17.5% ภายใน 48 ชั่วโมง หลังการกะเทาะ เพื่อป้องกันการเจริญของเชื้อรา A. flavus (ที่ผลิตสารอะฟลาทอกซิน)
PHTNET
ระบุว่าการเก็บเกี่ยวข้าวโพดที่มีความชื้นต่ำกว่า 23% จะช่วยรักษาคุณภาพของข้าวโพดขณะเก็บรักษาในยุ้งของเกษตรกร จากการเข้าทำลายของเชื้อราและการปนเปื้อนของสารอะฟลาทอกซิน



