· agri-knowledge  · 1 min read

ความชื้นของเมล็ดคืออะไร?

ปัจจัยสำคัญที่สุดในการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว มาเรียนรู้นิยามและการคำนวณหาความชื้นที่ถูกต้อง

ปัจจัยสำคัญที่สุดในการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว มาเรียนรู้นิยามและการคำนวณหาความชื้นที่ถูกต้อง

ความชื้นในเมล็ด (Grain Moisture Content) คือหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ไม่ว่าคุณจะเป็นเกษตรกร ผู้ประกอบการโรงสี หรือนักวิทยาศาสตร์การอาหาร การเข้าใจนิยามและวิธีการวัดความชื้นจะช่วยรักษาคุณภาพและมูลค่าของผลผลิตไว้ได้


1. นิยามของเปอร์เซ็นต์ความชื้นในเมล็ด

เปอร์เซ็นต์ความชื้น (Moisture Content - MC) หมายถึง ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในเมล็ดพืช โดยแสดงผลเป็นร้อยละเทียบกับน้ำหนักเมล็ด ความชื้นนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่ผิวสัมผัส แต่รวมถึงน้ำที่แทรกซึมอยู่ภายในโครงสร้างเซลล์ของเมล็ดด้วย

ในทางอุตสาหกรรมเกษตร เรานิยมใช้นิยามตาม ฐานน้ำหนักเปียก (Wet Basis) ซึ่งคำนวณได้จากสูตรดังนี้:

สูตรคำนวณความชื้น Wet Basis

💡 ตัวอย่างการคำนวณให้เห็นภาพ

หากเรามีเมล็ดพืชน้ำหนัก 1 ตัน (1,000 กิโลกรัม) วัดความชื้นได้ 15% จะสามารถแยกส่วนประกอบได้ดังนี้:

  • ส่วนที่เป็นน้ำ: 150 กิโลกรัม
  • ส่วนที่เป็นเนื้อเมล็ดแห้ง: 850 กิโลกรัม
สัดส่วนน้ำและเนื้อเมล็ด

2. ทำไมความชื้นถึงมีความสำคัญ?

ความชื้นเป็นตัวกำหนด “ชะตากรรม” ของเมล็ดพืชหลังการเก็บเกี่ยวในหลายมิติ:

  • การเน่าเสียและเชื้อรา: เมล็ดที่มีความชื้นสูง (มากกว่า 14-15%) จะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นดีของเชื้อรา โดยเฉพาะเชื้อรากลุ่มที่สร้างสารพิษอะฟลาทอกซิน
  • การหายใจของเมล็ด: เมล็ดพืชคือสิ่งมีชีวิต หากมีความชื้นสูง เมล็ดจะ “หายใจ” แรงขึ้น ทำให้เกิดความร้อนภายในกองเก็บ นำไปสู่การเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
  • น้ำหนักและราคาขาย: ในการซื้อขายจะอิงตามค่าความชื้นมาตรฐาน (เช่น ข้าวเปลือก 15%) หากความชื้นสูงกว่าจะถูกหักน้ำหนักหรือกดราคา

3. วิธีการวัดความชื้นในแต่ละประเภท

การวัดความชื้นสามารถทำได้หลายวิธี แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

3.1 วิธีโดยตรง (Direct Method)

คือการทำให้ความชื้นระเหยออกไปจนหมดแล้วชั่งน้ำหนักที่หายไป เช่น การอบแห้ง (Oven Method) ซึ่งเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด

การวัดความชื้นวิธีโดยตรง

3.2 วิธีโดยอ้อม (Indirect Method)

คือการวัดคุณสมบัติทางไฟฟ้าของเมล็ดแล้วเปลี่ยนเป็นค่าความชื้น รวดเร็ว ทันใจ เหมาะสำหรับหน้าลานรับซื้อหรือในโรงเก็บ

เครื่องวัดความชื้นแบบพกพา Grainsure

4. ความชื้นที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษา

ระดับความชื้นที่ปลอดภัย (Safe Moisture Content) ของพืชแต่ละชนิด:

  • ข้าวเปลือก: ควรอยู่ที่ 13% - 14%
  • ข้าวโพด: ควรอยู่ที่ 12% - 13%
  • ถั่วเหลือง: ควรอยู่ที่ 11% - 12%


4. แนะนำเครื่องมือเสริม ฟรี

  • โปรแกรมช่วยหาปริมาณน้ำในเมล็ดตามทฤษฏีที่กล่าวมาในบทความนี้ อีกทั้งยังสามารถคำนวณหาน้ำหนักที่หายไปหลังจากลดความชื้น และยังสามารถประเมินความคุ้มค่าและจุดคุ้มทุนในการจัดการความชื้นในผลผลิต
เครื่องวัดความชื้นแบบพกพา Grainsure

บทสรุป

การเข้าใจเปอร์เซ็นต์ความชื้นไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการเข้าใจ “เสถียรภาพ” ของผลผลิต การลดความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ป้องกันการสูญเสีย และสร้างความมั่นใจในคุณภาพก่อนถึงมือผู้บริโภค

Back to Blog

Related Posts

View All Posts »
เจาะลึก: หยุด 'ความสูญเสียแฝง' เพิ่มกำไรให้เกษตรกร

เจาะลึก: หยุด 'ความสูญเสียแฝง' เพิ่มกำไรให้เกษตรกร

เกษตรกรหลายท่านอาจเคยสงสัยว่า ** ทำไมผลผลิตที่ได้ถึงน้ำหนักเบากว่าที่คาดไว้ ทั้งที่ฝักดูเต็มเม็ดดี?เรียนรู้เทคนิคการหาช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมที่สุด เพื่อลดน้ำหนักที่หายไปโดยไม่รู้ตัว และใช้ค่าเอนไซม์บ่งบอกความสุกแก่ที่แท้จริง

ไขข้อข้องใจ! ทำไมต้องหักราคา ตามความชื้น?

ไขข้อข้องใจ! ทำไมต้องหักราคา ตามความชื้น?

ทำไมราคาหน้าป้ายกับเงินที่ได้จริงไม่เท่ากัน? ความชื้นมีผลอย่างไรกับราคาซื้อขายผลผลิต มาดูวิธีคำนวณส่วนต่างความชื้นและวิธีช่วยให้เกษตรกรโดนหักเงินน้อยที่สุด